A-U-N-N-Y 的个人资料A-U-N-N-Y照片日志列表更多 工具 帮助

aun

<p style="visibility:visible;"><object type="application/x-shockwave-flash" data="http://widget-c6.slide.com/widgets/slideticker.swf" height="320" width="426" style="width:426px;height:320px"><param name="movie" value="http://widget-c6.slide.com/widgets/slideticker.swf" /><param name="quality" value="high" /><param name="scale" value="noscale" /><param name="salign" value="l" /><param name="wmode" value="transparent"/> <param name="flashvars" value="cy=ms&il=1&channel=1657324662875150278&site=widget-c6.slide.com"/></object><p style="white-space:nowrap"><a href="http://www.slide.com/pivot?cy=ms&at=un&id=1657324662875150278&map=1" target="_blank"><img src="http://widget-c6.slide.com/p1/1657324662875150278/ms_t054_v000_s0un_f00/images/xslide1.gif" border="0" ismap="ismap" /></a> <a href="http://www.slide.com/pivot?cy=ms&at=un&id=1657324662875150278&map=2" target="_blank"><img src="http://widget-c6.slide.com/p2/1657324662875150278/ms_t054_v000_s0un_f00/images/xslide2.gif" border="0" ismap="ismap" /></a> <a href="

A-U-N-N-Y

8月16日

7 ปีแล้วคะ (16 สิงหา 2550)

เค้าว่ากันว่า เวลามักผ่านไปเร็ว ก็จริงเนอะ ไม่น่าเชื่อว่าจะ 7 ปีแล้วที่รู้จักกันมา
บางทีก็รู้สึกว่า นานแล้วนะที่รู้จัก แต่พอถึงวันจริงๆ ทำไมรู้สึกว่าเร็วจัง
 
7 ปี มันก็นานอ่ะนะ มันก็มีทั้งสิ่งที่ดี และ ไม่ดี ที่ผ่านมา แต่เราก็ผ่านมันมาได้จนถึงปัจจุบัน
และก็จะพยายามรักษาสิ่งดีๆ จำสิ่งดีๆ เพื่อต่อเวลาให้มันนานขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะไม่หวานสดชื่น
เหมือนแรกๆ แต่เราก็มีความสุขกับสิ่งธรรมดาไม่หวือหวาแบบนี้ คนเราจะให้สดชื่น หวานไปทุกวัน
ก็คงไม่ได้ เราได้ความเข้าใจ ความผูกพัน เข้ามาทำให้ใจเราสดชื่นแทนนิเนอะ
 
ยิ่งนานก็ยิ่งหาของให้ยากเนอะ แต่จริงๆของไม่สำคัญหรอก ขอให้เรารู้สึกดีๆกันไปแบบนี้ก็พอแล้ว
แต่ครั้งนี้พิเศษหน่อย เพราะตัวเองจะติดยศแล้ว เพื่อนๆที่ทำงานให้กันหมดแล้ว เราไม่ให้ก็ยังไงอยู่
แต่ว่า เราขอรวบ 2 โอกาสเลยนะ อิอิ 
 
สัญญานะว่า จะรักษามันไว้ตลอดไป และจะพยายามไม่คิดมากให้(ตัวเอง) กลุ้มใจอยู่คนเดียว อิอิ
รักนะ
 
เพิ่มเติม : วันที่ 18 สืงหา ที่ร้ากพาไปเลี้ยงข้าว ที่ river bar ตรงสะพานกรุงธน เป็นร้านอาหารริมน้ำ กะจะนั่งกินบรรยากาศ
แต่ว่าฝนตกคะ จึงต้องย้ายมานั่งข้างบน แต่ก็ดีคะ กินข้าวใต้แสงเทียนกับเสียงฝนบนผ้าใบ โรแมนติกไปอีกแบบ ฟ้าฝนเป็นใจ
อิอิ แล้วก็ผ่านไปอีกวันสำหรับครบรอบ 7 ปีจ้า
 
7月4日

2 เดือนกับ Ford Focus

พอดีนึกขึ้นมาได้ เลยมาเขียนเผื่อไว้เตือนความทรงจำตัวเองกับเจ้า focus ของเรา
ว่าเราซื้อเจ้า focus นี้มาได้ 2 เดือนแล้ว จริงๆ เหลืออีก 1 วันซิเนอะ เพิ่งมาเห็น
ปฏิทินว่า วันนี้มันวันที่ 4 ก.ค นิหว่า
 
เราซื้อ (แม่จ่ายค่างวด) ต่างยังไงกับแม่ซื้อว่ะ เอาเหอะ เราซื้อเจ้ามาเมื่อวันที่ 5 พ.ค 2550 นะจ๊ะ
ณ. ตอนนี้ก็มาอยู่กับเราได้ 2 เดือนแล้ว เจ้าก็น่ารักดี มีเกเรนิดหน่อย แต่เราก็ไม่ว่าอะไร เพราะเราก็
ไม่ค่อยจะรู้เรื่องมาก รอให้เราชำนาญและเรียนรู้กับเจ้าให้มากกว่านี้ก่อนนะ แล้วจะได้สนุกไปด้วยกัน
 
เหตุผลที่ซื้อเจ้า ต้องไปถามแม่นะ เพราะเราตามใจแม่(แม่จ่ายนิ) แต่ที่จำได้ ก็เพราะเจ้ากว้างดี แม่นั่งสบาย
แล้วก็ดอกเบี้ย 0% เหตุผลหลักๆจำได้แค่นี้ ที่แม่พูดไว้
 
เราก็คงจะอยู่กับเจ้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะมีปัญญาจ่ายค่างวดเอง เราอาจจะเปลี่ยนใจ 555
รอให้ถึงวันนั้นก่อนละกันแล้วค่อยว่ากัน เพราะเราคงมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องทำเนอะ
 
ยังไงก็อยู่กันไปเรื่อยๆ เป็นเด็กดี ไม่เกเรละกันนะ อีกอย่างนะ กินน้ำมันน้อยๆหน่อยก็จะดีมากๆๆ
แล้วเราก็จะดูแลเจ้าไปเรื่อยๆ
 
 
 
6月26日

เมลล์จากเพื่อนคนหนึ่ง ความหมายดี

เป็นเมลล์จากเพื่อนคนหนึ่ง ส่งต่อมา อ่านแล้วความหมายดี และก็ยังไม่รู้จะเขียนอะไรเพิ่มใน blog
เลยเอามาลงไว้ เผื่อคนอื่นๆจะได้อ่านนะจ๊ะ
 
คุณเห็น "ความรัก" เป็นวงกลม หรือเปล่า!?

ถ้าคุณมองเห็น ความรักเป็นวงกลม . . . หมุนให้รอบ แล้วจะเข้าใจรักแท้

ความรักทำให้คนตาบอด หลายคนพูดกันเยอะ . . . อาจเป็นเพราะ ความรักในช่วงแรกมีแต่ความหวานชื่น อะไรๆ เลยดูดีไปหมด  . . . ไม่มีอะไรที่ทำให้คนสองคน ไม่พอใจซึ่งกันและกัน

เพราะความรัก . . . มันสามารถกลบล่องรอย ความขัดแย้งได้อย่างสนิทใจ แต่เธอรู้มั้ยว่า นั่นอาจเป็นกลอุบายของความรัก ที่ปกปิดเบื้องหลังของมันไว้. . . ไม่ให้เราได้รับรู้ ให้เห็นเพียงด้านเดียว เผลอๆ เราก็ตกหลุมพลางของความรักเข้าให้แล้ว . . . จนยากจะถอนตัว

และเมื่อถึงวันที่ความรัก . . . ค่อยๆ หันข้างให้เรา หรือหันหลังให้ เราจะค่อยๆ ค้นพบความรักในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อน มันจะมาพร้อมความเจ็บปวด  และก่อเกิดนิยามของคำว่า "รักนักมักมีทุกข์"

ในความเป็นจริง . . . 360 องศา ของความรัก ก็เหมือนชีวิตมนุษย์เราหนึ่งคน ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ผสมกลมกลืนกันไป ในสัดส่วนที่ต่างกัน อยู่ที่ว่าคนสองคน จะหมุนมันไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า

หากต่างคน ต่างแย่งกันหมุน . . . ความรักก็มักจะทำให้ คนสองคนเวียนหัว แย่งกันหมุน ไปคนละทิศคนละทาง และวันหนึ่งความรัก ก็ต้องล้มครืนลงมา

แต่หากทั้งสองคน จัดสรรเวลา แบ่งกันผลักแบ่งกันรับ และหมุนความรักไปในทางเดียวกัน คนสองคนก็จะเห็นความรักในทุกๆ ด้าน และความรักอันนั้น ก็จะเป็นความรักที่สองคนนี้เท่านั้น . . . . . . ที่จะดูแลมันได้เข้าขากันที่สุด
ไม่แปลกอะไรเลย . . . ถ้าเราจะพบกับความเจ็บปวดของความรัก อยู่ที่ว่า . . . เราจะทอดทิ้งมัน หรือมองความรัก ในทุกๆ องศา หรือเปล่า?
4月4日

ความรู้สึกจากคนๆหนึ่ง

จริงๆได้รับมานานแล้วละตั้งแต่ 14 กุมภา แต่เพิ่งนึกอยากจะเอามาลง space เก็บไว้ ไม่รู้ซิ อยู่ดีๆก็นึกถึง คงคิดถึงคนให้มัง
ถ้าเอา cd มาลงได้ก็คงจะดีกว่านี้ หรือว่าลงได้ แต่เราลงไม่เป็นก็ไม่รู้ ยังไง ก็ขอเอาเนื้อเพลงมาลงล่ะกัน
อย่างน้อยเวลาได้อ่านก็ทำให้เรานึกถึงเรื่องราวดีๆนั้นได้
 
เพลงแรก จะรักให้ดีที่สุด ของ ตอง

ฉันไม่สัญญาว่าเธอจะเป็นคนสุดท้าย
ฉันไม่มั่นใจอะไรที่มันยังไม่เกิด
ฉันไม่สัญญาว่าจะมีเราตลอดไป
แค่ไม่มั่นใจ อย่าเพิ่งโกรธ.....

แต่ฉันขอสัญญาจะมีแต่เธอเท่านั้น
และทุกทุกวัน ฉันจะทำเพื่อเธอ
ฉันขอสัญญาไม่ว่าจะไกลสักแค่ไหน
ฉันจะตั้งใจ ฉันรักเธอ........

เมื่อความรักนั้น ไม่ใช่ภูผา
เป็นเพียงแววตาที่จริงใจ
เมื่อความรักนั้นเป็นแค่ต้นไม้
มันจะยืนยงสักเท่าไร
ก็ต้องอยู่ที่เรา ทั้งสองคน

แม้จะเป็นภูเขา ก็อาจพังทลาย
แล้วจะเอาอะไรมายืนยัน....มาสัญญา
ฉันไม่รอพรุ่งนี้ ........
ไม่นับวันเวลา ฉันแค่รักเธอ
และฉันจะรักให้ดีที่สุด

ฉันก็สัญญาจะมีแต่เธอเท่านั้น
และทุกๆ วัน ฉันจะทำเพื่อเธอ
ฉันขอสัญญาไม่ว่าจะไกลสักแค่ไหน
ฉันจะตั้งใจ " ฉั น รั ก เ ธ อ "

และก็เพลง ข้อความ ของ pause

จะอยู่ไกลห่างสักเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่ยึดใจเราอยู่ ไว้ไม่ให้เราห่างกัน
คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน คำพูดเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

ในวันที่ฉันไม่มีใคร เปิดอ่านข้อความเก่าๆ ช่างมีความหมายจากวันนั้น
คือความห่วงใยที่เธอให้ฉัน ข้อความเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา

ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

ให้ฉันได้รับรู้ ให้ฉันนั้นได้มั่นใจ ไม่มีสิ่งไหนที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า
ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน และสิ่งๆนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา

ฉันและเธอจะเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าจะสุขสันต์ ฉันจะมีเธอข้างกาย
วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

ขอบคุณสำหรับ cd เวลาเราทะเลาะหรือมีปัญหากัน อั๋นจะนึกถึง cd นั้น แล้วจะทำให้อั๋น
นึกถึงวันดีๆที่เรามีระหว่างกัน ขอบคุณ
11月1日

อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงนี้

เมื่อคืนนอนอยู่ดีๆ แล้วก็นึกถึงเพลงนี้ ไม่รู้ทำไม
หรือว่าเราจะกลัวว่ามันจะเป็นแบบเพลงนี้ ........ไม่รู้เหมือนกันซิ
 
เวลามองขึ้นไปบนฟ้า
ฉันนั้นเห็นแต่ภาพเธอ... อยู่ไกลกันจนสุดสายตา
รอคอยวันที่จะกลับมาหา
ถึงแม้มันจะแสนนาน... แสนนานแค่ไหน

อยากจะขอให้ได้พบ
แค่เพียงขอให้ได้พบ
อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร
เธอจะคิดถึงฉันหรือปล่าว
เธอจะเหงาบ้างหรือปล่าว
จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม

เพราะว่าเราห่างไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น... เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้... เมื่อไหร่จะได้พบเธอ

เวลามองขึ้นไปบนฟ้า
ฉันนั้นได้แต่ถอนใจ... น้ำตาก็ไหลซึมออกมา
เราไกลกันอยู่คนล่ะฟากฟ้า
ไม่รู้จะอีกนานไหม... และฉันเองก็จะคอย

อยากจะขอให้ได้พบ
แค่เพียงขอให้ได้พบ
อยากจะรู้ว่าเธอเองเป็นเช่นไร
เธอจะคิดถึงฉันหรือปล่าว
เธอจะเหงาบ้างหรือปล่าว
จะรู้สึกแตกต่างกับฉันบ้างไหม

เพราะว่าเราห่างไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น... เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้... เมื่อไหร่จะได้พบ

กลัววันเวลาพาหัวใจเธอเปลี่ยนจากฉันไป
อยากจะพบให้ใกล้ๆ
ให้ตัวฉันได้มั่นใจว่าทุกสิ่งจะไม่เปลี่ยนไปจากนี้

เพราะว่าเราห่างไกลกันเหลือเกิน
คิดถึงแต่เธอนั้น... เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้... เมื่อไหร่จะได้พบ

ห่างไกลกันเหลือเกิน...
คิดถึงแต่เธอนั้น... เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน
เราช่างห่างไกลกันเหลือเกิน
ฉันเองก็ไม่รู้... เมื่อไหร่จะได้พบเธอ
9月19日

หมาตัวใหม่

และแล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ใครพูดไว้ ว่าใครเคยเลี้ยงหมาแล้ว ไม่นานก็ต้องได้หมามาเลี้ยงอีก
ตอนแรกพ่อ พี่สาว บอกว่ายังไม่อยากเลี้ยงตัวใหม่ พ่อขอเว้นก่อน เลี้ยงหมาแล้วพ่อเหนื่อย
เพราะพ่อจะอยู่กับมันมากที่สุด แล้วพ่อก็ใจอ่อน กลัวหมาเป็นโน่นเป็นนี่ กลัวมันหิว ทุกอย่าง
พ่อเลยเหนื่อยเป็นพิเศษ แต่พ่อก็ชอบมาเล่าว่าวันนี้มันทำไรมัง มันเป็นยังไงบ้าง แต่ปากก็บ่นว่า
เหนื่อย ส่วนพี่บอกว่ายังไม่ลืมตัวเก่า เพราะตัวเก่าน่ารัก ก็จริงๆอ่ะ จูจี้ ชินจังน่ารักที่สุด
 
แต่แล้ว บ้านเราก็ได้ไอ้สีทอง(หมาตัวใหม่)มาโดยบังเอิญ ก็เนื่องมาจาก พี่แถวตลาด เค้ารู้ว่าหมาบ้านเราตายหมด
แล้ว และบังเอิญเค้าไปได้หมาตัวนี้มา เค้าบอกว่าเจอมันเดินอยู่ริมถนน เหมือนมีคนมาปล่อยไว้ แล้วมันเดินๆดุ่มๆมา
เค้าเลยอุ้มมาไว้ที่บ้าน แล้วเอามาให้แม่เราดู ตอนแรกแม่ให้ไปถามพ่อ บอกตามใจพ่อ พ่อไม่อยากเลี้ยง แม่เลยไม่เอา
แต่พอวันเสาร์ พี่สาวเราหยุดงาน ออกไปตลาดช่วยขายของ แม่ก็ชวนพี่ไปดูอีก คราวนี้อุ้มมาเลย แล้วก็พูดกับพี่ว่า มันน่ารักนะ
มันดูฉลาดนะ มันขนสั้น ดูแล้วไม่เหม็น สารพัดจะพูดมา ก็คือจริงๆเค้าจะเลี้ยงนั่นแหละ แต่พูดอ้อมไปโน่น แม่จะเลี้ยงใคร
ไม่เอาได้มังอ่ะ  และพี่เราก็อุ้มมาวางที่ตักพ่อ มันมองหน้าพ่อ แบบว่า เลี้ยงกูทีเถอะ ทำหน้าได้น่าสงสารมาก และแล้ว
พ่อก็ใจอ่อน  เท่านั้นแหละ เอากลับมาบ้าน ให้กินโน่นกินนี่ เยอะไปหมด แรกๆสีทองก็ดู นิ่งๆนะ เหมือนเจียมตัว แต่ตอนนี้
ซนยังกะลิง กระโดดเก่ง วิ่งเก่ง แต่มันก็น่ารัก มันตัวโตขึ้นเร็วมาก และชอบเล่นเป็นที่สุด อยู่ไม่นิ่ง เราชอบแกล้งมัน สนุกดี
แต่ไม่ชอบที่มันซนมากไปหน่อย บางทีแอบรำคาญ แต่มันก็ทำให้เราหายเหงาได้
 
ส่วนชื่อที่ตั้ง เนื่องจากไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เรียกตามสีขนมันละกัน ง่ายดี ส่วนพันธ์ไหนนั้น ก็ไม่สามารถบอกได้ เพราะดูกันไม่ออก
เดากันมั่วไปหมด สุดท้าย ช่างมันเหอะ มันมาอยู่แล้วนิ เลี้ยงมันแล้วนิ ไม่อยากให้มันโตไปกว่านี้เลย อยากให้มันตัวเท่านี้ไปเรื่อยๆน่ารักดี
 
ต่อไปเป็นรูป
 
 
 
 
 
7月19日

เรื่องของจูจี้

จริงๆเรื่องของจูจี้ก็เป็นเรื่องเศร้าแหละ แต่ว่าเหตุการณ์มันผ่านมาหลายวันแล้ว เลยทำใจได้แล้ว
 
หลังจากชินจัง(ลูกจูจี้) จากไปได้ 3 เดือน จูจี้ก็ต้องตามไป เพราะจูจี้แก่มากแล้ว
อาการจูจี้ไม่หนักเหมือนชินจังก่อนจากไป แต่ก็น่าสงสาร เพราะจูจี้ ไม่มีแรงเดินเลย
ก็มันอ้วนนิหน่า แต่จริงๆแล้วไม่ได้เพราะอ้วนอย่างเดียว อวัยวะข้างในของจูจี้ไม่ไหวแล้ว
เป็นเยอะไปหมดจนจำไม่ได้ เห็นจูจี้นอนอย่างเดียวแล้วก็สงสาร ก็ทำใจเผื่อไว้เหมือนกัน
ว่าจูจี้คงอยู่ไม่นาน เพราะปกติจูจี้จะกินเก่ง แข็งแรงมาตลอด พอระยะหลังๆเห็นจูจี้นอนเก่งขึ้น
ไม่ค่อยเล่นเหมือนแต่ก่อน ก็คิดว่าน่าจะแก่มากแล้ว ก็ 13 ขวบแล้วนิ จะไม่แก่ไงไหว แต่จูจี้
ก็น่ารักเสมอ ชอบแกล้งจูจี้อ่ะ อิอิ
 
จูจี้เริ่มไม่สบายวันอาทิตย์แล้วก็อยู่ถึงวันศุกร์ จูจี้ก็ไป ตอนจูจี้ไป ไม่มีคนอยู่บ้านเลย
เรากับพี่มาทำงาน พ่อกับแม่ไปขายของที่ตลาด แต่แม่เป็นคนอยู่กับจูจี้ คนสุดท้าย(จี้รักแม่มาก
เพราะแม่จะเป็นคนโยนขนมให้กินทุกเช้าก่อนแม่จะออกไปข้างนอก แม่แต่งตัวเมื่อไร จูจี้จะรู้ทันที
ว่าจะได้กินขนมแล้ว ก็จะเดินตามแม่ตลอดเวลา)
 
แม่เล่าว่าแม่เห็นน้ำตามันไหล แม่เลยไปพูดกับมันว่า อยู่ไหวก็อยู่นะจี้ ถ้าไม่ไหวก็ไปก็ได้
แล้วแม่ก็ออกไปบอกให้พ่อกลับมา พอพ่อกลับมาก็เห็นจูจี้ไปแล้ว รีบโทรบอกแม่ที่ตลาด
แม่บอกว่าไม่คิดว่ามันจะไปจริงๆ เรากับพี่ก็ตกใจและเศร้าเลย เพราะไม่มีใครอยู่ตอนมันตาย
เลิกงานก็รีบกลับไปเอามันไปฝัง บอกให้พ่อรอก่อน จะไปฝังจี้เอง และแล้วก็เรียบร้อย จี้ถูกฝังอยู่ข้างชินจังเลย
ให้มันนอนด้วยกัน มันจะได้เลิกทะเลาะกัน อยู่ด้วยกันทะเลาะกันทุกที
 
พอรุ่งขึ้นตื่นมารู้สึกเหงาๆเพราะปกติจะต้องตื่นมาเห็นมันนอนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีเลย เลยรู้สึกเหงาๆ แต่ตอนนี้ก็ทำใจได้แล้วล่ะ ให้มันไปก็ดี เห็นมันนอนอยู่แล้วก็สงสาร พ่อกับแม่ยังร้องไห้เลย ตอนชินจังไปพ่อกับแม่ไม่ร้อง พ่อก็ติดจูจี้ ดูแลจี้ทุกอย่าง ทั้งให้อาหาร พาไปเดินเล่น พาไปนอน+กางมุ้งให้
 
ตอนนี้กลับบ้านไปก็ยังคิดเผลอจะเรียกมันอยู่เลย แต่ก็นึกได้ว่ามันไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ไรแล้วล่ะ มีเหงาบ้างเป็นบ้างครั้ง แม่บอกว่ารออีกสักพักคงหาตัวใหม่มาเลี้ยง
 
พอแล้วดีก่า ไม่งั้นไม่จบแน่ๆขอเก็บไว้ในใจต่อไปแล้วกันนะ
ต่อไปเป็นรูปจูจี้ที่น่ารัก